Intro and Chapter 1
posted on 29 Jan 2009 00:09 by 6buttons-clubIntro.
“แม่บอกว่า...เพราะแกไม่ยอมไปโรงเรียนเลยตั้งแต่เทอมสองของปีที่แล้ว ชื่อของแกเลยหายไปจากโรงเรียนโดยปริยาย...”
หงึกหงึก (-_-)(_ _)
“บอกฉันมาซิ...ว่าแกมีปัญหาอะไรถึงไม่ยอมไปเรียน ยัยบังเอิญ”
ทำไมพี่...ถึงเน้นชื่อฉันด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยมแบบนั้นนะ โอ้ว..ชื่อที่น่ารักของฉัน
“ถ้าแกไม่อยากไปโรงเรียน อย่างน้อยก็น่าจะช่วยพ่อกับแม่ทำไร่สิ...ไม่ใช่นอนให้สันหลังยาวแบบนี้!!!”
นะ...น้ำลาย =O=! ทำไมคนสวยๆ แบบพี่ถึงกล้าตะโกนจนน้ำลายกระเด็นแบบนี้เนี่ย!!! แล้วใครบอกว่าฉันนอนให้สันหลังยาว ฉันไปขายผักที่ตลาดให้แม่ทุกๆ วันพระเลยนะ!
“นี่! อย่าทำเป็นทองไม่รู้ร้อนได้ไหม!! บอกไว้ก่อนเลยนะว่าถ้าแกไม่ยอมไปโรงเรียนแล้วมาทำนิสัยขี้เกียจที่นี่!! ฉันจะใช้แขนข้างนี้ล็อกหัวแกมากดกับนมจนหายใจไม่ออกตายไปเลย!!!!!!!”
อ้ะ =O=!!!
วิธีทำโทษของพี่...มันช่างเร้าร้อนเหลือเกิน -.,-
Chapter 1.
ชื่อของฉันคือ “บังเอิญ” เป็นเด็กสาวอายุ 18 ที่ยังเรียนไม่จบมัธยมปลายปีที่ 3 หรือพูดง่ายๆ คือยังไม่จบ ม.6 นั่นแหละ เหตุผลง่ายๆ คือเมื่อปีก่อนฉันไม่ไปโรงเรียนเอาดื้อๆ ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ขี้เกียจจะอธิบาย โรงเรียนนั่นเลยเตะก้นฉันโด่งออกมานอนเกาะบิดามารดารับประทานไปวันๆ จนกระทั่งบัดนี้...บิดามารดาของฉันคงขี้เกียจเลี้ยงดูปูเสื่อให้นอนหน้าทีวี เลยเตะก้นฉันโด่ง (อีกรอบ) มาอยู่กับพี่ที่กรุงเทพฯ แล้วก็ย้ายโรงเรียนให้ฉันเสร็จสรรพเพื่อเริ่มต้นชีวิตการศึกษาชั้น ม.6 ใหม่อีกครั้ง...
เป็นอันจบการเล่าประวัติโดยคร่าวแต่เพียงเท่านี้ ^^
“ยัยบังเอิญ! ล้างจานหรือยังเนี่ย!! ถ้าเธอไม่ล้างจานแล้วฉันจะทำกับข้าวยังไงห้ะ!!!”
นั่นคือพี่ “ตั้งใจ” พี่สาวทรงโตของฉันเอง -_-;
พี่สาวของฉันเป็นสาวสวย ไม่หมวยเท่าไหร่ แต่อึ๋ม (มากกกก) พี่เป็นสาวสวยที่จัดว่าเซ็กซี่แต่โหด! ความสามารถพิเศษของพี่คือการออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าและศิลปะการต่อสู้แทบทุกชนิด
“พี่ก็ทำที่เตาสิ =O=” ฉันพูดอย่างขี้เกียจในขณะที่ตะแคงปางนอนอยู่ที่โซฟาลายเสือดาวหน้าทีวีพลาสม่าจอใหญ่
ไม่เข้าใจจริงจิ๊ง~ กะอีแค่แก้ปัญหาเรื่องทำกับข้าวแค่นี้ทำไมพี่สาวเราถึงคิดไม่ออก อุตส่าห์เรียนจบตั้งปริญญาตรี จึ๊ๆๆ
เห?
ไออำมหิตของพี่อยู่ที่หัวของฉันนี่เอง -_-;;;;
“ทำที่เตางั้นหรอ ^-^”
“ฮ่าๆๆๆ แต่จะว่าไป...ถ้าอ่างล้างจานไม่ว่าง ก็ล้างผัก ล้างหมูไม่สะดวกสินะ ฮ่าๆๆๆ ^O^;”
ฉันพูดพร้อมกับค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
“น้ำยาล้างจานหมดไปซื้อด้วย” พี่ตั้งใจว่าก่อนจะเดินไปคว้าเอาผ้ากันเปื้อนมาใส่
“เพคะ มาม่า (_ _)” ฉันโค้งอย่างนอบน้อมก่อนจะรีบวิ่งลงไปด้านล่างก่อนจะโดนจระเข้ฟาดหางเพราะกวนอวัยวะเบื้องล่างของพระพันปี (แฮ่~)
ในขณะที่ฉันกำลังเดินทางไปร้านสะดวกซื้อข้างล่าง ฉันก็ขอเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับฉันและพี่ให้ทุกคนได้รู้ อย่าลืมตั้งใจอ่านและแล็คเชอร์ตามด้วยนะคะ ^O^
ฉันกับพี่อายุห่างกันหกปี จะว่าไปแล้วฉันเหมือนเป็นลูกหลงที่พ่อกับแม่ไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดแต่บังเอิ๊นบังเอิญเสปิร์มของคุณพ่อแข็งแรงเกิน นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อ “บังเอิญ” ที่ฉันได้รับ -_-; พี่สาวของฉันเรียนจบแฟชั่นดีไซน์ ตอนนี้พี่ตั้งใจเปิดแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทางอินเตอร์เน็ตจนพี่ร่ำรวยกลายเป็นเถ้าแก่เนี๊ยะทั้งที่อายุยังน้อยนิดเท่านั้น ในขณะที่พี่เก่งเรื่องแบบนี้แต่ทางกลับกันฉันกลับโง่ทุกอย่างที่เกี่ยวกับศิลปะหรืองานฝีมือ =_=
ไม่สิ...จริงๆ แล้วฉันไม่มีอะไรดีสักอย่าง ยกเว้น “ขี้เกียจ” (ดี?)
ฉันเดินมาจนถึงร้านสะดวกซื้อข้างล่างซึ่งมีคนค่อนข้างพลุกพล่าน คนที่อยู่ละแวกนั้นหันมามองฉันด้วยสายตาแปลกๆ ทำไมกันห้ะ? ฉันมีอะไรผิดปกติหรือไง -_-; เสื้อผ้าก็แต่งเหมือนคนปกตินี่นา ต่างก็แค่เสื้อที่แขนขาดหลุดลุ่ยจนตกลงมาโชว์แขนสักเล็กน้อยเท่านั้นเอง =O=! กางเกงของฉันที่เห็นจุดดำๆ ไม่ใช่รานะยะ แต่เป็นลายกางเกงที่เกิดตามธรรมชาติต่างหาก!
อ๋อ...ฉันเข้าใจแล้ว ไม่ใช่เพราะฉันต่างจากพวกแต่พวกเขาคงจะรู้สึกไม่คุ้นหน้าฉันนี่เอง
“สวัสดีค่ะ ฉันย้ายมาใหม่ค่ะ! ชื่อบังเอิญ ^^”
ฉันกล่าวทักทายทุกด้วยมนุษยสัมพันธ์อันดีที่ถูกปลูกฝังมาจากพ่อจ๋าและแม่จ๋า แถวบ้านของฉันตอนอยู่ต่างจังหวัดทุกคนรู้จักฉันหมด! และฉันยังเป็นคนดังของหมู่บ้านอีกด้วย!! (เพราะเวลาไปขายผักให้แม่ที่ตลาดเสียงของฉันดังเจื้อยแจ้วที่สุด คุคุ)
แต่คนพวกนี้กลับมองฉันแปลกไปยิ่งกว่าเดิม
“จึ๊! อะไรวะ...อุตส่าห์ทักทายแต่ดันทำหน้าอูฐหิวข้าวใส่อีก ชิๆๆ คนกรุงนี่ไม่น่าคบจริงจิ๊ง~~~” ฉันส่ายหัวอย่างนึกระอาก่อนจะเดินเข้าไปในร้านค้าแล้วตรงไปหาน้ำยาล้างจาน
จะว่าไปแล้ว...ซื้อขนมขึ้นไปตุนไว้ดีกว่า ตอนดึกๆ เผื่อหิวจะได้ไม่ต้องวิ่งลงมาให้กลัวผี T^T
“เราไม่สามารถขายเหล้ากับบุหรี่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ได้จริงๆ นะคะ”
เห? เสียงเหมือนมาจากเคาน์เตอร์จ่ายเงินเลยแฮะ ฉันชะโงกหน้าไปดูต้นเสียงเพราะอยากรู้เรื่องราวของชาวบ้านก่อนจะเห็นพนักงานทำสีหน้าลำบากใจ ตรงหน้าเธอเป็นผู้ชายตัวใหญ่ใส่แว่นดำแต่งตัวแฟชั่นจ๋า
“ทำไมจะขายไม่ได้...ผมก็มีเงินเหมือนกัน”
เสียงแหบพร่าของเขาทำให้ฉันนึกสนใจ หมอนี่เป็นใครกันน่ะ? เด็กกรุงเทพฯ นี่กล้าชะมัดเลยแฮะ
“ไม่ได้จริงๆ นะคะ มันผิดกฎหมาย”
“กฎหมายคืออะไร?”
“เห...คะ?”
“ถ้ากฎหมายใช้ได้ผล...จะมีคนไม่ได้รับความยุติธรรมทั่วประเทศแบบนี้หรอ”
โว้ว!! หมอนี่ทำพนักงานขายอ้าปากค้างไปเลย เขาวางเงินแบงค์พันลงบนเคาน์เตอร์ก่อนจะหยิบของจำพวกเบียร์กับบุหรี่ที่ถือมาจ่ายตังค์ออกไปด้านนอก
“น้องคะ!! น้องคะ!!!”
ว้าว! หมอนั่น! อย่าให้เห็นอีกเชียวนะ!! ฉันจะวิ่งเข้าไปจับมือพร้อมกับบอกว่าพี่เจ๋งจริงๆ ค่ะให้ดูเลย! เท่ชะมัด! ยังกะพระเอกนิยายของยัยเตาอบแหนะ >O<
........ยัยเตาอบ
ฉันสะบัดบ๊อบ (?) เพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านก่อนจะเดินไปที่เคาน์เตอร์ซึ่งพนักงานกำลังหันหน้าคุยกันด้วยอย่างหงุดหงิด
“พี่คะ?”
“จ่ายเงินใช่ไหมคะ”
“ป่าวค่ะ คือว่า...ผู้ชายคนเมื่อกี้ ^-^”
“เอ๋? อ๋อ...คนนั้นน่ะหรอคะ” เธอคงจะเข้าใจตรงกันกับฉันว่าหมายถึงนายแว่นดำสุดเท่
“ใช่ค่ะ คือว่า...เขาเป็นพี่ชายของฉันเอง ^^”
“คะ?”
“พี่ชายของฉันเป็นโรคเครียดน่ะค่ะ T_T ครอบครัวของเราต้องขาดทั้งพ่อและแม่ไป ฮึก...ดังนั้น พี่เขาก็เลยชอบแสดงกิริยาป่าเถื่อนแบบนั้นออกมา ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฮือ....”
ฉันแกล้งแสดงบทโศกออกไปเพราะต้องการผลตอบแทน ทุกคนพอจะทายออกไหมคะว่าฉันต้องการอะไร คึคึ -_,-+
“นะ...น้องคะ ใจเย็นๆ ค่ะ”
“คือว่า...พี่คะ TOT”
“คะ?”
“ช่วยคิดเงินของพวกนี้รวมกับของที่พี่จ่ายตังค์เมื่อสักครู่ด้วยนะคะ TOT”
“=O=;”
“แล้วก็ขอเงินทอนด้วยค่ะ TvT”
อ้อใช่...สิ่งดีๆ ของฉันอีกอย่างหนึ่งก็คือ... สามารถแสดงละครโกหกได้อย่างแนบเนียน หึหึหึ (นั่นดีแล้วใช่ไหม?)
♥ Six Buttons Club ♥
ฉันเดินแกะขนมกินมาตามทางก่อนจะตารีตาเหลือกวิ่งใส่ลิฟต์ตรงหน้าที่กำลังจะปิด
“รอด้วยค่ะ!!!!”
ถึงตอนนี้โลกกำลังอยู่ในภาวะร้อนระอุก็เหอะ แต่ให้ฉันเดินขึ้นบันไดไปจนถึงชั้นเจ็ดก็คงไม่ไหวเหมือนกัน -_-
“ขอบคุณค่ะ ^-^....หือ =O=!”
คะ...คนที่อยู่ในลิฟต์นี่มัน...
ผู้ชายคนนั้นมองฉันด้วยใบหน้าที่เย็นชา (ถึงเขาจะใส่แว่นตาดำแต่ฉันก็สัมผัสได้ถึงความเย็นชาที่เขามอบให้ โอ้ว...ในลิฟต์นี่หนาวจนสั่นสะท้านเลยแฮะ)
“=_=”
“^-^;;;”
ฉันควรทำหน้ายังไงดีคะ ก็เล่นไปโกหกพนักงานขายว่าเป็นน้องสาวของเขา ติ๊ต่างใช้เงินของเขาซื้อขนมกับน้ำยาล้างจาน แถมเงินทอนยังเก็บมาเรียบอีกต่างหาก ฮ่าๆๆ ฉันควรเอาเงินทอนคืนเขาดีไหม
“เอ่อ...”
ฉันกำลังจะพูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเงินทอนสักหน่อยแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเขายื่นหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เฮ้ยๆ จะทำอะไรน่ะ
“นี่! จะทำอะไรฉันน่ะ!!!”
หน้าของเขายื่นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนฉันต้องถอยกรูดไปชิดกับผนังลิฟต์!! อ๊ากกก!!! ในสถานที่คับแคบแบบนี้เราจะทำอะไรกันสะดวกได้ยังไง~ >O (นี่หรือความคิด) มะ...ไม่ใช่สักหน่อย ที่ฉันอยากบอกคือฉันจะหนียังไงต่างหากเล่า!!
หมับ!!
มือของเขาคว้าหมับที่เสื้อของฉัน!
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!”
ติ๊ง!
ลิฟต์หยุดที่ชั้นเจ็ดก่อนที่เขาจะลากฉันออกมาจากลิฟต์อย่างโหดเหี้ยม ว๊าก!!! นี่มันวันบัดซบอะไรวะเนี่ย! ทำไมฉันจะต้องมาเจอโจรโรคจิตในคอนโดของพี่ด้วย TOT แง้~ หมอนี่จะลากฉันไปไหนอ่ะ ฆ่าหั่นศพหรอ!! ฆ่าฉันไม่ได้นะ TOT ฉันต้องไปล้างจานก่อนไม่งั้นพี่ต้องเอาฉันตายแน่ๆ ฮืๆ (?)
โอ๊ะ! นั่นห้องของพี่ ยังไงซะฉันจะต้องกระโดดถีบประตูเพื่อให้พี่เปิดมันออกแล้วมาช่วยฉัน เอาล่ะ! ใกล้ถึงแล้ว...หนึ่ง!! สอง....
ติ๊งหน่อง
“หา =O=??”
ไอ้โจรโรคจิตนั่นกดออดที่หน้าห้องของพี่สาวฉัน
“นะ...นายเป็นใครกันแน่เนี่ย!!!”
ติ๊งหน่อง ติ๊งหน่อง ติ๊งหน่อง!!!
“โอ้ย! รู้แล้วโว้ย!! รู้จักมารยาทในการกดออดบ้างไหมวะ!!!!” เสียงพี่สาวของฉันดังออกมาอย่างโมโหก่อนประตูจะเปิดผ่าง!!
“อ้าว...แกนี่เอง แล้ว...” พี่ตั้งใจหันมามองฉันด้วยสายตางงๆ เจ้าโจรโรคจิตก็ลากฉันเข้าไปในห้องของพี่แล้วไม่รู้เอาแรงมาจากไหนโยนฉันให้ลอยฟิ้วไปตกดังตุบ! ที่โซฟาลายเสือดาว
“กล่องเข็มกับด้ายอยู่ไหน” เสียงแหบพร่าดังขึ้นถามพี่สาวฉัน ฉันหันไปมองสองคนนั้นด้วยความอึ้งระคนตกใจสุดขีด
“ชั้นล่างสุดของตู้ใบนั้น” พี่ตั้งใจบอกก่อนจะปิดประตู
โจรโรคจิตเดินตรงดิ่งไปหยิบกล่องเข็มกับด้ายมาวางไว้บนโต๊ะแล้วใช้มือไล่ฉันให้เขยิบเพื่อเว้นที่ให้เขานั่งด้วยคน ฉันรีบทำตามอย่างรวดเร็วในขณะที่สมองยังงงถึงขีดสุดอยู่
“ถอดเสื้อออก”
“ห้ะ =O=!” มือทั้งสองยกขึ้นมาปิดเต้าคับA32 อันหวงแหนโดยอัตโนมัติ
“ฉันบอกให้ถอดเสื้อของเธอออกไงเล่า -_-^^”
“นะ...นายจะทำอะไรห้ะ!! พี่สาวฉันสามารถเตะคนคอหักได้ในครั้งเดียวไม่รู้เรอะ!! พี่คะ!! ช่วยฉันด้วย TTOTT”
หมอนั่นมองฉันพลางแสยะยิ้มแล้วถอดแว่นออก นัยน์ตายาวรีคมกริบเหมือนปีศาจของเขาที่หรี่ลงเล็กน้อยกำลังจ้องมาที่ฉัน
“เธอคิดว่าฉันจะทำอะไรเธองั้นหรอ ^-^”
“นายจะข่มขืนฉัน! TOT”
“หน้าอย่างเธอ หุ่นอย่างเธอ ต่อให้แก้ผ้าต่อหน้าฉันตรงนี้ น้องชายของฉันยังไม่กระดิกเลยจะบอกให้ -_-+”
“อะ...ไอ้คนหยาบคาย!!!!!!” ฉันตะโกนออกไปด้วยความรู้สึกอับอายและเจ็บใจ หมอนี่เป็นใครกันเนี่ยถึงได้มาพูดจาแบบนี้กับฉัน แล้วพี่ทำไมถึงไม่รู้จักทำอะไรสักอย่างเล่า
เอ๊ะ! หรือพี่..จะรู้จักหมอนี่!!
เอ๊ะ! หรือพี่..จะเป็นกิ๊กของหมอนี่!!
เอ๊ะ! หรือพี่..จะเลี้ยงหมอนี่เหมือนพวกสาวแก่เลี้ยงหนุ่มเอ๊าะๆ TOT!!!
“นี่เธอถอดเสื้อสักทีสิ -_-^”
“แล้วทำไมฉันจะต้องถอดด้วยเล่า ฮือ...ฟืดๆ T.,T” ฉันร้องไห้จริงๆ นะ! ตั้งแต่เกิดมาจากท้องแม่ยังไม่เคยมีใครขู่ฉันให้ถอดเสื้อมาก่อน (ยกเว้นแม่ตอนไล่ฉันไปอาบน้ำในหน้าหนาว)
“ก็เพราะว่าเสื้อเธอมันอุบาทว์สุดจะทน! ฉันเลยจะต้องซ่อมมันยังไงเล่า!!!”
“หา =O=?”
ตอนนี้อึ้งยิ่งกว่าเมื่อกี้อีก...หมอนี่ว่าไงนะ เสื้ออุบาทว์...ซ่อม???? นายคิดว่าตัวเองเป็นอังเคร คิมหรือไงยะถึงได้จะซ่อมเสื้อผ้าให้ชาวบ้านไปทั่วเนี่ย
“รีบถอดได้แล้ว! ก่อนฉันจะเอาเข็มจิ้มลูกตาเธอ!”
ฟึ่บ!!!
ฉันถอดเสื้ออย่างรวดเร็วเพราะกลัวเข็มที่กำลังจ่อมาที่ลูกตา (อย่าตกใจ ฉันใส่เสื้อกล้ามไว้ข้างในอยู่น่ะค่ะ ^-^;) ผู้ชายคนนั้นหยิบเสื้อไปก่อนจะจัดการซ่อมแขนที่หลุดลุ่ยอย่างคล่องแคล่วราวมืออาชีพ นี่ฉันงงไปหมดแล้วนะ หมอนี่เป็นใคร...ช่างเย็บผ้าเดินสายหรอ =O=?
พี่ตั้งใจที่หายไปในครัวเดินออกมาพร้อมกับแก้วแล้วจัดการเปิดขวดเบียร์ที่หมอนั่นซื้อมา พี่รินเบียร์ใส่แก้วก่อนจะยกขึ้นซดอย่างสดชื่น
“อา....”
พี่สาวของฉันไม่รู้สึกระแคะระคายใจเลยสักนิดหรือไงที่น้องสาวถูกขู่ให้แก้ผ้าแบบนี้เนี่ย!
“พี่!! หมอนี่เป็นใครเนี่ย –O-!”
“เพื่อนฉันเอง” พี่ตั้งใจตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ทำเอาฉันตกใจแทบบ้า! พี่ของฉัน...ถึงแม้จะเป็นคนไม่เรียบร้อยก็เหอะนะ แต่มีเพื่อนนิสัยแปลกแบบนี้มันน่าเป็นห่วงไม่ใช่หรอ!!!
“เขาเป็นพวกที่เห็นเสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ยไม่ได้น่ะ ถ้าเห็นแล้วจะต้องรีบซ่อมทันที ^-^” พี่ตั้งใจว่าก่อนจะเอื้อมมือไปขยี้หัวผู้ชายคนนั้นเบาๆ
“นี่! อย่ากวนสมาธิได้ไหมคุณป้า =O=!!” หมอนั่นเงยหน้ามาต่อว่าพี่สาวฉันเล็กน้อยก่อนจะหันไปตั้งใจซ่อมเสื้อต่อ
“=O=;;” ฉันมองดูพฤติกรรมแปลกๆ ตรงหน้าด้วยใบหน้าตะลึงสุดขีด
“ฮ่าๆๆ แกนี่มันตลกจริงๆ เลยนักรบ อื้อนี่! เย็นนี้กินข้าวด้วยกันนะ ^^”
“ฉันมาก็เพื่อสิ่งนี้นั่นแหละ”
“ไอ้บัดซบเอ้ย -_-^”
“=O=;;” ฉันยังคงตะลึงอยู่
แต่ว่า...พอมองภาพของผู้ชายคนนั้นที่กำลังตั้งใจเย็บเสื้อขาดหลุดลุ่ยของฉันแล้ว กลับรู้สึกว่ามันดูดีชอบกล โครงหน้าของเขาด้านข้างแบบนี้ ทำให้เห็นได้ชัดเลยว่าจมูกของเขาโด่งแค่ไหน สีหน้าจริงจัง มือที่เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว...
ตึกตัก...
To be continue...
“ทำไมน้องสาวของเธอ ถึงไม่เหมือนเธอเลยสักนิด...โดยเฉพาะหน้าอก”
.
.
.
“เจ็บนะ!! โอ้ย!! บ้าเอ้ย!!!”
.
.
.
เคารพธงชาติเสร็จแล้วปลุกฉันด้วย ฉันจะเดินไปส่ง”
edit @ 29 Jan 2009 00:11:42 by MissZing style fiction
edit @ 29 Jan 2009 00:16:52 by MissZing style fiction
edit @ 29 Jan 2009 00:26:23 by MissZing style fiction